วันอาทิตย์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

เพียงเพราะมันเป็นแรงขับเคลื่อนให้ชีวิตเรา

เหตุการณ์ทุกๆเหตุการณ์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตไม่ว่ามันจะดีหรือร้ายเพียงใด ข้าพเจ้ามาหวลคิดทบทวนย้อนหลังแล้ว ก้อเป็นเพียงสิ่งที่อาจดูเล็กน้อยสำหรับใครหลายๆคน โดยเฉพาะเรื่องที่ดูเป็นสิ่งเลวร้ายในชีวิตคงไม่มีใครอยากคิดกลับไปหามัน แต่ให้เราย้ำคิดไว้เสมอว่าถ้าไม่มีเหตุการณ์เหล่านั้นไม่ว่าจะร้ายหรือดี ก็คงจะมีมีเราในวันนี้ เพียงเพราะมันเป็นแรงขับเคลื่อนความพยายาม ความกระตือรือร้นและอะไรๆอีกหลายๆอย่างที่เราไม่สามารถเรียกมันออกมาใช้ได้ ต้องอาศัยเหตุการณ์ต่างๆที่ชวยดึงมันออกมาทำให้เราใช้ชีวิตในหลายๆรูปแบบแตกต่างกันออกไปตามแต่เวลาที่เหตุการณนั้นๆจะเกิดกับใครหลายๆคนที่ยังใช้ชีวิตที่เชื่อว่ามีแต่ความแน่นอน ให้กลับรุ้สึกว่าอะไรๆก้อสามารถพลิกผันได้ เราสามารถมีความสุขได้แม้ยามที่เจอปัญหาหรืออุปสรรคที่ร้ายแรง ถ้าเราเข้าใจเพียงว่า มันเป็นแรงคลับเคลื่อนให้เราก้าวไปข้างหน้า

วันพุธที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2552

อดีต ปัจจุบัน อนาคต

ช่วงชีวิตของข้าพเจ้าที่ผ่านมาแน่นอนมันแตกต่างกับคนรุ่นเดียวกันเกือบจะทุกอย่างแต่ในชีวิตของคนเรานั้นย่อมมีความแตกต่างเป้นเรื่องธรรมดา ข้าพเจ้าพยายามยอมรับอดีตและไม่คิดย้อนไปหาความทรงจำอันเลวร้ายที่เราไม่สามารถกลับไปแก้ไขอะไรให้มันดีได้อีก ทั้งที่นึกถึงที่ไรก้อหาอะไรที่เป้นสาระแก่นสารไม่ได้มีเรื่องหลายๆเรื่องที่ทำผิดพลาดไปด้วยความเอาแต่ใจของผมเอง(แล้วจะไปโทดคัยได้)คิดเสียว่าที่เรามายืนที่นี่วันนี้ได้ก้อเพราะอดีตอันเลวร้ายนี่แหละที่ทำให้เราแข็งแกร่งเพราะไอความเลวร้ายนี้มันคงไม่ได้เกิดขึ้นกับผมคนเดียวหรอก และเมื่อเรามีรากฐานอันแข็งแกร่งแล้ว อนาคตที่วาดหวังไว้มันต้องมันคงและน่าชื่นชมเสมอ

วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2552

แต่ละก้าวของฉัน(กู)ยิ่งใหญ่เสมอ

บ่อยครั้งที่ข้าพเจ้าท้อแท้กับโชคชะตาอันรันทดบ่อยครั้งที่ข้าพเจ้าหมดหวังและกลับมานั่งอยุ่คนเดียวพึมพัมเพ้อเจ้ออะไรไปต่างนานาโดยที่ข้าพเจ้าไม้ได้รุ้สึกเลยว่าข้าพเจ้ามองข้ามความสำเร็จที่ข้าพเจ้าเองมองมันเป็นสิ่งน้อยนิดแต่แท้จริงแล้วมันคือความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่งในชีวิดต่างหากจนกระทั่งข้าพเจ้าได้พบสิ่งที่เป็นแรงบันดาลใจที่ข้าพเจ้าคาดหวังเป็นแนวทางชีวิดสำหรับข้าพเจ้าจึ่งทำให้ข้าพเจ้าได้รู้ว่าชีวิดหนึ่งเกิดมา ไม่มีคัยสามารถบังคับทิศทางของจิตใจเราได้เท่าตัวเราเองหมายถึงเราเท่านั้นที่เป้นผู้กำหนดชะตาชีวิดและมีความสุขกับเส้นทางที่เราเลือกมันอาจจะไม่เป้นการเคารพสายเลือดของบรรพบุรุษหรือแนวทางที่บรรพชนได้วางไว้แต่ข้าพเจ้าตระหนักว่าท่านเหล่านั้นก้อคงอยากให้ลูกหลานมีแนวทางเป็นของตัวเองบ้างอาจจะไม่เป็นไปตามที่ท่านได้วางไว้เสมอไปแต่ข้าพเจ้าจะรักษาสิ่งสำคัญของบรรพชนที่สืบทอดมาสุ่ข้าพเจ้าเหนือสิ่งอื่นใดหากหมดหนทางแล้วอย่างไรข้าพเจ้าจะทำทุกวิถีทางเพื่อสืบทอดเจตนารมณ์ของบรรพชนเอาไว้
นี่แหละแต่ล่ะก้าวของข้าพเจ้าเต็มไปด้วยแนวทางภาระกิจทั้งของข้าพเจ้าและบรรพชนเสมอและคาดว่าในอนาคตคงจะต้องแบกรับและปฏิบัติร่วมกับแนวทางของผู้อื่นแน่นอนซึ่งข้าพเจ้าพร้อมและยินดีที่จะรับภาระอันใหญ่หลวงนี้ไว้เพื่อเดินทางไปสุ่จุดหมายโดยไม่ลืมที่จะตักตวงความสุขเอาไว้(ในใจ)

วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2552

108วันกับการเอาชีวิตรอดใน"มหา'ลัย"


ในความฝันของเด็กมัธยมหลายๆคนวาดหวังกับชีวิตในมหาลัยไว้อย่างเลิศหรูซึ่งบางครั้งมันก้อดูเกินจริง(ออกแนวเวอร์)แต่เชื่อว่าหลายๆคนก้อคงเป็นเหมือนข้าพเจ้าผู้ผ่านประสบการณ์ในการตะเกียกตะกายเข้ามหาวิทยาลัย ก่อนหน้านั้นเรามองว่ามันเป็นเรื่องยากที่สุดแต่เมื่อเข้ามาในมหาวิทยาลัยแล้วข้าพเจ้าก้อตระหนักว่าการสอบเข้าไม่ใช่เรื่องหนักหนาอะไรเลยแต่การปรับตัวให่เข้ากับชีวิตในมหาลัยต่างหากที่ดุเหมื่อนจะเป้นเรื่องใหญ่สำหรับคนที่เรียนสายอาชีวะมาคงปรับตัวง่ายหน่อยเพราะระบบการเรียนการสอนจะคล้ายคลึงกันกับมหาวิทยาลัยแต่สำหรับข้าพเจ้าแล้วมันหินจริงๆสาเหตุเพราะข้าพเจ้าต้องพยายามอย่างหนักในการบังคับจิตใจไม่ให่หลงระเริงไปกลับกลุ่มเพื่อนที่มัวแต่เมาเหล้าเคล้านารี และทนต่อการที่ต้องตื่นเช้าเพื่อมานั่งรถเมลล์ในถนนที่ได้ชื่อว่ารถติดที่สุดสายหนึ่ง ระยะทางเองก้อคงไม่ไกลมานักเทียบกับการนักรถไปราชบุรีกับไปมหาลัยแล้วไปราชบุรีบ้านเรายังใช้เวลาน้อยกว่าด้วยซ้ำ แต่ยังไงข้าพเจ้าก้อยังทะเยอทะยานที่จะไปให้ถึงจุดหมายอันไม่สิ้นสุดของข้าพเจ้าให้จงได้

เคยมั้ยที่แอบรักใครสักคนทุ่มเทให้เขามันไม่ช่วยอะไร เลยหรือแอบคิดว่าเราคนเดียวที่เจอปํญหาแบบนี้ทั้งๆที่คนอื่น มีความสุข แน่นอนโลกย่อมมี 2สิ่งที่ตรงข้ามกันเสมอเช่นสุขกับ ทุกข์แต่พระเจ้าเลือกให้เราเป็นฝ่ายทุกข์หรอ ไม่เสมอไปกว่าจะทลายกำแพงเวลาศัตรูตัวฉกาดของ ความทุกข์นี้นานได้ก็จริง เพราะเราผ่านมาได้ และผ่านมาแล้วกับความเจ็บปวดครั้งแรกที่มันยากจะลบเลือน เพราะเหตูนี้ ข้าพเจ้าจึงเข็ดกับรักครั้งแรกและครั้งต่อๆไปจนกว่าจะเจอ ใครสักคน ...STORRYของปุ่น

วันอังคารที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2552

นี่กูโตแล้วซินะ

ตั้งแต่วันประกาศผลแอดมิชชั่น ข้าพเจ้าประหวั่นใจยิ่งนักกลัวไปหมดทุกๆสิ่ง ยิ่งคะแนนอันน้อยนิด(ในสายตาข้าพเจ้า)ทำให้รู้สึกกังวลมากขึ้น นับตั้งแต่ขัพเจ้าเติบโตมาในอ้อมกอดของความรักไม่มีสิ่งใดเลยที่ข้าพเจ้าจะมีโอกาสเลือกในสิ่งที่ชอบใจเลยแม้แต่ครั้งเดียวเพราะทุกๆครั้งที่ตัดสินใจอะไรๆจะต้องมีพ่อแม่หรือผู้ใหญ่ในครอบครัวเห็นด้วยเสมอ สิ่งนี้ทำให้ข้าพเจ้าลำบากใจเป็นอย่างยิ่งในการตัดสินใจเลือกทางเดินของชีวิต(ด้วยตนเอง)เหมือนมีอะไรบางอย่างทำให้ความกลัวของข้าพเจ้าเริ่มจางหายไป อาจเป็นเพราะการที่เห็นเพื่อนคนอื่นๆกล้าที่จะตัดสินใจด้วยตนเองเช่นเดียวกับเรา อนาคตจะเป็นอย่างไรนั้นยากจะคาดเดาและข้าพเจ้าจะฝ่าฟันอุปสรรคที่กำลังจะมาถึงในเร็วๆนี้ได้หรือป่าวตอนนี้ขอเพียงมีผู้แนะนำที่ดีที่จะพาข้าพเจ้าไปสู่เส้นทางที่ถูกต้องก้อพอ