๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ หลังจากที่ข้าพเจ้าส่งsms แสดงความรักต่อบิดามารดาแลวงศาคณาญาติเปนที่เรียบร้อยข้าพเจ้าก้อสาละวนอยุ่กับการอ่านsmsที่ส่งเข้ามาจากเหล่าเพื่อนที่แสนดีทั้งหลายข้าพเจ้าไปสะดุดใจกับข้อความหนึ่งซึ่งไม่ทราบว่าเปนใครข้อความนั้นดูคล้ายกับจะเชื้อเชิญให้ความรุ้สึกที่เก้บเอาไว้ในใจเปนระยะเวลายาวนานทะลักทะลายออกมาด้วยใจความเพียงสั้นๆว่า" คุณสารภาพรักกับคนที่แอบรักอยุ่แล้วหรือยัง"ด้วยความอัดอั้นที่สั่งสมมาเปนเวลากว่า๔ขวบปี ข้าเจ้าตัดสินใจส่งsmsไปหาใครคนหนึ่งที่เปนต้นตอแห้่งความอัดอั้นนี้ในทันใด แต่กระนั้นข้าพเจ้าก็ยังส่งe-mailไปอีกคำรบหนึ่งเพื่อหวังผลในระยะที่สองโดยเขียนสารภาพแลบอกเปนนัยๆว่าข้าเจ้ายังเฝ้าคอยความหวังจากใครคนนั้นอยุ่ หากแต่ถ้ามไ่พอใจในคำพูดของข้าพเจ้าข้าพเจ้าก็มิอาจจะสุ้หน้าได้อีกและแล้วทุกอย่างก้อกลับมาเงียบงันไร้การตอบกลับแต่ข้าพเจ้าก็ยังมีหวังเพียงเพระาคิดไปเสียข้างเดียวว่าเค้าคนนั้นอาจจะเขินอาย
ในวเลาต่อมาเมลลืของเค้าปรากฏในmsnของข้าพเจ้า ข้าเจ้าประหวันใจอยุ่ครู่หนึ่งแล้วถามไปว่าอ่านข้อความนั้นหรือยัง มีแต่อักษรตอบกลับสั้นๆห้วนๆยิ่งทำให้ข้าพเจ้าหวั่นใจเปนเท่าทวี เหตตการณต่อไปจะเปนอย่างไร ข้าพเจ้าก็ได้แต่เพ้อไปเสียผู้เดียวข้าพเจ้าตื่นจากภวังค์ด้วยเสียงข้อความที่ถูกส่งกลับมาอีกครั้ง บทความนี้ทำให้ข้าพเจ้าเริ่มดุถูกตัวเองและบันทอนคุณค่าของตัวเองลงความรุ้สึกตอนนั้นคงจะเปนอย่างที่คนอื่นๆนิยมเรียกมันว่า อาการอกหัก โดยที่เค้าคนนั้นมิอาจทราบได้ถึงความรุ้สึกที่ข้าพเจ้าต้องเผชิญในห้วงเวลานั้น
ข้าพเจ้าคงแย่ในสายตาเขา ข้าพเจ้าคงสนิทสนมเกินไป ข้าพเจ้าคงคิดไปเสียข้างเดียว ฤาประเพณีนี้ไม่เปนที่นิยมในหมุ่เพื่อน(ชาย)